6 จุดขายที่ต้องรู้! ทำไม PEG-Free จึงเป็นมากกว่าเทรนด์ แต่คืออนาคตของ Clean Beauty และ Sensitive Skin
⭐ จุดขายของ “PEG-Free”
🌱 1. อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า
PEG บางชนิดอาจก่อการระคายเคืองในผิวบอบบาง สูตรที่เป็น PEG-Free จึงตอบโจทย์กลุ่ม Sensitive skin ได้ดีกว่า
→ ใช้ได้กับผิวหลังหัตถการ ผิวแพ้ง่าย เด็ก และผู้มีผิวแห้งลึก
✨ 2. คลีนกว่า ตอบโจทย์ Clean Beauty / Green Beauty
แบรนด์ที่ต้องการทำผลิตภัณฑ์ “ปลอดสารที่อาจเสี่ยง” มักเลือกสูตรที่ ไม่ใช้สารสังเคราะห์ PEG
→ ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์สินค้าให้ดูยั่งยืน เป็นไลน์ Clean Beauty ได้เลย
🧪 3. ไม่มีปัญหาเรื่อง 1,4-Dioxane (สารตกค้างที่ถูกจับตามอง)
ในการผลิต PEG อาจเกิดสารปนเปื้อน 1,4-Dioxane ได้ ลูกค้าบางประเทศ (EU/US) จึงให้ความสำคัญกับการเลี่ยง PEG
→ PEG-Free = ปลอดกังวลเรื่องสารตกค้าง
🌍 4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า
หลายแบรนด์ระดับโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบแบบ PEG-Free เพราะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิต
→ เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสื่อเรื่อง Sustainability / Eco-Friendly
🧴 5. ปรับสูตรได้กว้างขึ้น (เข้ากับหลายฟอร์มูล่า)
วัตถุดิบ PEG-Free มักถูกออกแบบให้เข้ากับสูตรได้ง่าย ทั้งเซรั่ม เจล ครีม สเปรย์ บอดี้ออยล์ แชมพู ทรีตเมนต์
→ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ R&D ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากัน (compatibility)
💡 6. ความต้องการตลาดสูงขึ้นต่อเนื่อง
ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจ “NO-List Ingredients” มากขึ้น คำว่า PEG-Free จึงกลายเป็น Selling Point ที่ทำให้สินค้าขายง่ายขึ้นทันที
→ เพราะดูปลอดภัยกว่าและคุณภาพสูงกว่า
ขอแนะนำ แอคทีฟ 12 Peptides Complex PEG-Free นวัตกรรมเปปไทด์เข้มข้น ตอบโจทย์ Sensitive Skin และ Clean Beauty แห่งอนาคต
หยุดกังวลเรื่องการระคายเคืองและสารตกค้าง! สาร 12 Peptides Complex ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องการบำรุงผิวด้วยเปปไทด์ถึง 12 ชนิดเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับจุดขายสำคัญที่ตอบโจทย์เทรนด์โลกและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูงสุด นั่นคือการเป็น "PEG-Free"

https://www.rosrin.com/product/12-peptides-complex-peg-free